พัฒนาการทำงาน ด้วย 7 กฎทางจิตวิญญาณเพื่อความสำเร็จ

ความหมายที่แท้จริงของความสำเร็จ คืออะไร?

ดีพัค โชปรา (Deepak Chopra) บุคคลที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลของโลกที่ควรระลึกถึงในทศวรรษนี้จากนิตยสาร Times ได้เขียนในหนังสือ The Seven Spiritual Laws of Success หรือ 7 กฎทางจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ ไว้ว่า “ความสำเร็จ คือ วิถีแห่งการเดินทาง มันไม่ใช่จุดหมายปลายทาง”

แล้วความสำเร็จ ของคุณละ คืออะไร? ... เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต พบเจอกันความสุข และความสำเร็จ ในรูปแบบของคุณ เราลองนำกฎ 7 ข้อนี้ มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และการทำงานไปพร้อมกัน

กฎข้อที่ 1 The Law of Pure Potentiality กฎแห่งศักยภาพอันบริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในด้วย “สติ”

กฎที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการมีสติที่เข้มแข็ง มั่นคง โดยการมี “สติ” นี้ถือเป็นรากฐานการใช้ชีวิตให้มีความสุข และ ประสบผลสำเร็จ “สติ” จะทำหน้าที่เป็นตัวกรองอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ และทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกนั้น ๆ และบริหารจัดการอารมณ์ได้ เพื่อการแสดงออกที่ดี รู้ว่าเวลาไหนควรจะแสดงออกอย่างไร ซึ่งจำเป็นอย่างมากในการทำงาน คงไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนที่มีอารมณ์หงุดหงิด เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอยู่ตลอดเวลาแน่นอน เราลองฝึกฝนตัวเอง อยู่กับตัวเองโดยอาศัยความสงบ แบ่งเวลาลองทำสมาธิ หรืออยู่ในสถานที่อันหลีกเร้นจากผู้คน เพื่อให้ได้รับฟังความต้องการที่แท้จริงจากภายในใจของตัวเราเอง

กฎข้อที่ 2 The Law of Giving กฎแห่งการให้

เคล็ดลับง่ายๆ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในการสร้างพลังบวกให้เกิดขึ้นกับตัวเราเองและผู้อื่น นั่นคือ “การให้” ซึ่งการให้อาจไม่ใช่สิ่งของ หรือเงินทอง วัตถุมีค่าเท่านั้น แต่อาจเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้โดยไม่ต้องลงทุน อย่างเช่น คำชม หรือแสดงความห่วงใยแก่กันที่มีคุณค่าทางจิตใจ “การให้” จะทำให้จิตใต้สำนึกของเราเต็มไปด้วยความรู้สึกในแง่บวก ความรู้สึกดีๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน) จิตใต้สำนึกที่เต็มไปด้วยเรื่องในแง่บวกจะสื่อสารกับสมองให้มองหาแต่สิ่งดีงาม ที่สร้างสรรค์

กฎข้อที่ 3 The Law of Cause and Effect กฎแห่งกรรม หรือ เหตุและผล

เพราะผลลัพธ์ของทุกอย่าง เกิดขึ้นจากการกระทำ ฉะนั้นความคิด หรือการกระทำใดๆ ที่ถูกส่งออกไปจากตัวเราย่อมจะย้อนกลับมาหาตัวเราเสมอ ฉะนั้นเราต้องเตือนตัวเองให้หมั่นคิดบวก และกระทำแต่สิ่งที่ถูกที่ควร โดยมีพื้นฐานจิตใจที่ดีความคิดที่ดีก็จะพาให้เราปฏิบัติตัวดีด้วยอารมณ์แจ่มใสต่อคนอื่น ซึ่งกฎข้อนี้จะทำให้เราคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลอยู่เสมอ และคอยคิดถึงผลที่จะตามมาด้วย เป็นการเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ หรือ พบแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต เนื่องจากไม่ทำตัวเป็น “ต้นเหตุ” ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์แย่ๆ นั่นเอง

กฎข้อที่ 4 The Law of Least Effort กฎแห่งการพยายามน้อยที่สุด

กฎข้อนี้อ่านแล้วอาจจะรู้สึกย้อนแย้งกับความเข้าใจที่เราเคยรับรู้มา เพราะหากจะไปสู่ความสำเร็จได้ ก็ต้องเพียรพยายามแบบสุดๆ ซิ? หากใช้ความเพียรน้อยที่สุด แล้วมันจะไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร?

เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า พฤติกรรมของมนุษย์เรานั้น มากกว่า 90% นั่นเป็นผลมาจากชุดความคิด หรือ ชุดคำสั่งที่ถูกส่งมาจากจิตใต้สำนึก ส่วนพฤติกรรมที่เหลือประมาณ 10% เป็นพฤติกรรมที่ดำเนินไปด้วยจิตสำนึก ดังนั้นหากเราต้องการใช้ประโยชน์จากจิตใต้สำนึก ที่ทำงานในแบบอัตโนมัติ คือ เราสามารถทำมันด้วยความสบายใจ และไม่ฝืน นั่นก็คือ ต้องทำให้สิ่งที่เรารัก หรือ “ทำในสิ่งที่เป็นตัวเรา” นั่นเอง การทำที่ใช้ความเพียรน้อยที่สุด ก็คือ การทำในสิ่งที่เรารัก ที่เรามักทำโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องไปใช้ความเพียรมากมายแต่อย่างใด คือทำแบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

กฎข้อที่ 5 The Law of Intention and Desire กฎของความมุ่งมั่นและความปรารถนา

การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วใส่ความทุ่มเท และมุ่งมั่นให้เป้าหมายนั้นสำเร็จให้ได้ โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความยากลำบากใดๆ เพราะถ้าเรากำหนดเป้าหมายให้กับการทำงานอย่างชัดเจน และแน่วแน่แล้ว วิธีการที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จจะตามมาเองเพราะความตั้งใจจริง

กฎข้อที่ 6 The Law of Detachment กฎของการปล่อยวาง

“ถ้าเราไม่ปล่อยวาง เราจะเป็นนักโทษ” เพราะถ้าเราไม่ปล่อยวางเราจะยึดติดอยู่กับการกระทำและคำพูด โดยความรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ต้องเป็นไปอย่างที่เราคาดหวังไว้ เป็นความรู้สึกยึดติดที่ทำให้เกิดพลังงานลบออกมาได้ แต่ถ้าเราลองปรับและฝึกมองสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็นไป อาจจะทำให้เราได้เห็นแง่มุมใหม่ๆ มากขึ้น เช่น เฝ้ามองเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาอย่างปล่อยวางและมีสติ บางทีเหตุการณ์นั้นอาจจะกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้ เหมือนกับแนวคิดที่ว่า ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ ถ้าเราปล่อยวางได้ ไม่ร้อนรนและมีสติ เชื่อว่าเราจะมองหาโอกาสได้อย่างง่ายดายแน่นอน

กฎข้อที่ 7 The Law of Dharma or Purpose in Life กฎของเป้าหมายของชีวิต

เราทุกคนเกิดมาเพื่อทำอะไรบางอย่าง และจะมีบางอย่างที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ด้วยสังคมที่พยายามนำพาทุกคนไปในทิศทางเดียวกันทำให้เราอาจจะลืมคิดถึงเรื่องนี้ เพราะมัวแต่คิดว่า ทำไมเราถึงทำงานนี้ได้ไม่ดีเท่าคนนั้น แต่ถ้าเราลองกลับมามองหาสิ่งที่เราทำได้ดี แล้วมุ่งมั่นพัฒนาความสามารถตรงนั้น จนทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง และพร้อมที่จะผลิตผลงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก จนถึงวันที่การกระทำหรือผลงานของเราส่งผลเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น วันนั้นเราก็จะรู้สึกเต็มอิ่มในจิตใจ โดยที่ระหว่างทางก่อนถึงความสำเร็จ เราก็มีความสุขไปด้วย

7 กฎจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ นี้หากท่านเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ท่านก็จะมีแต่ความสุขและความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

ที่มา : หนังสือ 7 กฎทางจิตวิญญาณเพื่อความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม (The Seven Spiritual Laws of Success) , Deepak Chopra